![]() |
| ท่านที่ประสงค์จะเข้าร่วมพิธีไหว้ครูประจำปี ๒๕๕๕ ติดต่อได้ที่ คุณกิติศักดิ์(อ้น) โทร. 08-92240516,08-3960-7432 และกรุณาแต่งกายชุดขาว หรือชุดสุภาพเรียบร้อย วันงานมีที่พักและอาหารบริการตลอดงานครับ.. |
ขอต้อนรับ..! ทุกท่านเข้าสู่สถานที่ปฏิบัติธรรม "พรปิยะ"
ยินดีต้อนรับ..ทุกท่านเข้าสู่ "พรปิยะธรรมสถาน" สถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ ซึ่งเป็นที่สัปปายะ(เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม) สำหรับผู้สนใจในการปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน..
ก่อตั้งโดย..แม่นภาภรณ์(แม่เล็ก) ประสาทกลาง และคณะศิษยานุศิษย์ลูกพรปิยะ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมะ และปฏิบัติธรรม และให้เป็นบุญสถานแห่งใหม่ สำหรับผู้ต้องการแสวงบุญ ซึ่งในขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้าง "พระมหาเจดีย์สิริมหาเทพ" ขนาดสูง ๔๖ เมตร เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ(พระอุรังคธาตุ) จากประเทศศรีลังการ และประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณอีกมากมาย เพื่อให้สาธุชนได้สักการะบูชา และเป็นแหล่งเรียนรู้พระพุทธศาสนา..
ขอเชิญทุกท่าน..ร่วมสร้างมหาบารมีสมทบทุนสร้าง มหาเจดีย์ "สิริมหาเทพ" ได้ที่ สถานที่ปฏิบัติธรรมพรปิยะ ตั้งอยู่ ณ บ้านไผ่ หมู่ที่ ๔ ตำบลกลางใหญ่ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี โทร 08-7917-1100,08 9224-0516..
ก่อตั้งโดย..แม่นภาภรณ์(แม่เล็ก) ประสาทกลาง และคณะศิษยานุศิษย์ลูกพรปิยะ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมะ และปฏิบัติธรรม และให้เป็นบุญสถานแห่งใหม่ สำหรับผู้ต้องการแสวงบุญ ซึ่งในขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้าง "พระมหาเจดีย์สิริมหาเทพ" ขนาดสูง ๔๖ เมตร เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ(พระอุรังคธาตุ) จากประเทศศรีลังการ และประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณอีกมากมาย เพื่อให้สาธุชนได้สักการะบูชา และเป็นแหล่งเรียนรู้พระพุทธศาสนา..
ขอเชิญทุกท่าน..ร่วมสร้างมหาบารมีสมทบทุนสร้าง มหาเจดีย์ "สิริมหาเทพ" ได้ที่ สถานที่ปฏิบัติธรรมพรปิยะ ตั้งอยู่ ณ บ้านไผ่ หมู่ที่ ๔ ตำบลกลางใหญ่ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี โทร 08-7917-1100,08 9224-0516..
ทัสสนานุตตริยะ
วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
งานไหว้ครูประจำปี ๒๕๕๕
วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
อานิสงส์การสร้างพระเจดีย์
"เจดีย์" คือ อะไร
เจดีย์ คือ สถานที่และวัตถุที่ควรเคารพบูชาในพระพุทธศาสนา มีทั้งที่เกี่ยวด้วยพระพุทธเจ้า ที่เกี่ยวด้วยพระอริยสาวก และในทางสถาปัตยกรรมไทย ก็มีสิ่งที่ก่อสร้าง เป็นยอดแหลมเป็นที่บรรจุอัฐิของบรรพบุรุษอีกด้วย แต่ ณ ที่นี้ จะกล่าวแต่เฉพาะเจดีย์ที่เกี่ยวกับพระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม และที่เกี่ยวด้วยพระอริยสาวก เท่านั้น เฉพาะเจดีย์ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า และพระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า มี ๔ ประเภท ดังต่อไปนี้
- พระธาตุเจดีย์ คือ สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
- บริโภคเจดีย์ คือ สิ่งหรือสถานที่ที่พระพุทธเจ้าได้เคยทรงใช้สอย อันมีสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ได้แก่ ชาตสถาน ที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือ อุทยานลุมพินี (Lumbini) หรือ รุมมินเด (Rummindei) ประเทศเนปาลในปัจจุบัน อภิสัมพุทธสถาน ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ คือที่ดวงศรีมหาโพธิ์ ตำบลพุทธคยา (Bodh-Gaya) ธัมมจักกัปปวัตตนสถาน ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ ที่อิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบันเรียก สารนาถ ปรินิพพุตสถาน ที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน คือ ที่สาวกโนทยาน เมืองกุสินารา (Kusinara) ปัจจุบันเรียก กาเซีย (Kasia)
- ธรรมเจดีย์ คือ สถานที่บรรจุพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า คือ พระพุทธพจน์ทั้งหมด
- อุทเทสิกเจดีย์ คือ สิ่งที่สร้างขึ้นโดยมีเจตนาอุทิศ (เจาะจง) ต่อพระพุทธเจ้า ยกเว้นพระธาตุเจดีย์แล้ว เรียกว่า อุทเทสิกเจดีย์ทั้งสิ้น เช่น พระพุทธปฏิมา หรือ พระพุทธรูป รูปสลัก และ รูปวาดเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ และต้นโพธิ์ คือ ต้นไม้พันธุ์ที่พระพุทธเจ้าเคยประทับนั่งเจริญสมณธรรมแล้วได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นต้น ฯ
ความเป็นสิริมงคลย่อมมีแก่ผู้ได้มาสักการบูชา
ความเป็นสิริมงคลย่อมมีแก่ผู้ได้มาสักการะบูชา ถึงพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะ ด้วยทั้งอามิสบูชา และปฏิบัติบูชา ให้ได้รับผลเป็นความสันติสุข และสมบูรณ์ บริบูรณ์ ด้วยมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติ มีมรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ได้มาก ดังที่ท่านพระสุธาปิณฑิยเถระ ผู้เป็นพระอรหันต์ เมื่อระลึกถึงบุพกรรมของตนที่ท่านได้เคยใส่ก้อนปูนขาว ช่วยก่อเจดีย์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า “สิทธัตถะ” เกิดโสมนัส จึงได้กล่าวคาถา ความว่า
“ใครๆ ไม่อาจจะนับบุญของบุคคลผู้บูชาพระพุทธเจ้า พระ ปัจเจกพุทธเจ้า หรือพระสาวก ผู้สมควรบูชา ผู้ล่วงธรรมเครื่องให้เนิ่นช้า ผู้ข้ามความโศก และความร่ำไรแล้วว่า บุญนี้มีประมาณเท่านี้ได้ บุคคลใดในโลกนี้พึงครอบครองความเป็นใหญ่แห่งทวีปแม้ทั้งสี่ ทรัพย์ทั้งสิ้นของบุคคลนั้นย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการบูชานี้เลย ข้าพเจ้ามีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เพียงได้ใส่ก้อนปูนขาวในระหว่างแผ่นอิฐในพระเจดีย์ของพระพุทธเจ้า พระนามว่า “สิทธัตถะ” ผู้เลิศกว่า นรชนทั้งปวง ด้วยบุญกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในครั้งนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่รู้จักทุคติเลย ตลอด ๙๔ กัป แต่ภัทรกัปนี้ นี้เป็นผลแห่งการปฏิสังขรณ์ ในกัปที่ ๓๐ แต่ภัทรกัป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่า “ปฏิสังขาร” ผู้เพียบพร้อมด้วยรัตนะ ๗ ประการ ถึง ๑๓ ครั้ง
คุณธรรมเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้กระทำ คือ ได้ปฏิบัติตามแล้ว”
(ขุ. อป. 32/93/161).
ว่าด้วยผลแห่งการสร้างพุทธเจดีย์
มหากัสสปเถราปทานที่ ๓: ว่าด้วยอานิสงส์แห่งการสร้างเจดีย์
ในกาลเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ผู้เป็นนาถะของโลก นิพพานแล้ว ชนทั้งหลายทำการบูชาพระศาสดา.
หมู่ชนมีจิตร่าเริงเบิกบานบันเทิง เมื่อเขาเหล่านั้นเกิดความสังเวช [คือ การเห็นความทุกข์จากการเกิดแก่เจ็บตายเป็นต้น แล้วเกิดสำนึก ตื่นตัวไม่ประมาท เร่งทำความดี] ปีติย่อมเกิดแก่เรา.เราประชุมญาติและมิตรแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า “พระมหาวีรเจ้าปรินิพพานแล้ว เชิญพวกเรามาทำการบูชากันเถิด”พวกเขารับคำว่า “สาธุ” แล้ว ทำความร่าเริงให้เกิดแก่เราอย่างยิ่งว่า “พวกเราจักทำการก่อสร้างบุญในพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก”ได้ให้สร้างเจดีย์อันมีค่า ทำอย่างเรียบร้อย สูง ๑๐๐ ศอก กว้าง ๑๕๐ ศอก พุ่งขึ้นในท้องฟ้า ดุจวิมานครั้นสร้างเจดีย์อันมีค่างดงามด้วยระเบียบอันดีไว้ในที่นั้นแล้ว ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใสบูชาเจดีย์อันอุดม.เจดีย์นั้นย่อมรุ่งเรืองดังกองไฟโพลงอยู่ในอากาศ ดังเช่นพญารังดอกบานสะพรั่ง ย่อมสว่างไปทั่วทั้ง ๔ ทิศ เหมือนสายฟ้าในอากาศ.เรายังจิตให้เลื่อมใสในห้องพระบรมธาตุนั้น ก่อสร้างกุศลเป็นอันมาก ระลึกถึงกรรมเก่าแล้วได้เข้าถึงไตรทศ [สวรรค์ชั้นดาวดึงส์]เราอยู่บนยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าสินธพ ๑,๐๐๐ ตัว วิมานของเราสูงตระหง่านสูงสุด ๗ ชั้น กูฏาคาร (ปราสาท) ๑,๐๐๐ สำเร็จด้วยทองคำล้วน ย่อมรุ่งเรือง ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสวด้วยเดชของตนในกาลนั้น ศาลาหน้ามุขแม้เหล่าอื่นอันสำเร็จด้วยแก้วมณีมีอยู่ แม้ศาลาหน้ามุขเหล่านั้น โชติช่วงด้วยรัศมีทั่ว ๔ ทิศโดยรอบกูฏาคาร (ปราสาท) อันบังเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม อันบุญกรรมนิรมิตไว้เรียบร้อย สำเร็จด้วยแก้วมณี โชติช่วงทั่วทิศน้อยทิศใหญ่โดยรอบโอภาสแห่งกูฏาคารอันโชติช่วงอยู่เหล่านั้น เป็นสิ่งไพบูลย์ เราครอบงำเทวดาทั้งปวงได้ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรมเราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่า “อุพพิทธะ” ครอบครองแผ่นดินมีสมุทรสาครทั้ง ๔ เป็นขอบเขต ใน ๖๐,๐๐๐ กัปในภัทรกัปนี้ เราได้เป็นเหมือนอย่างนั้น ๓๐ ครั้ง คือเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีกำลังมาก ยินดีในกรรมของตนสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ในครั้งนั้น ปราสาทของเราสว่างไสวดังสายฟ้า ด้านยาว ๒๔ โยชน์ ด้านกว้าง ๑๒ โยชน์นครชื่อรัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคง ด้านยาว ๕๐๐ โยชน์ ด้านกว้าง ๒๕๐ โยชน์ คับคั่งด้วยหมู่ชน เหมือนเทพนครของชาวไตรทศเข็ม ๒๕ เล่ม เขาใส่ไว้ในกล่องเข็ม ย่อมกระทบกันและกัน เบียดเสียดกันเป็นนิจ ฉันใด แม้นครของเราก็ฉันนั้น เกลื่อนด้วยช้างม้าและรถ คับคั่งด้วยหมู่มนุษย์ น่ารื่นรมย์ เป็นนครอันอุดม เรากินและดื่มอยู่ในนครนั้น แล้วไปเกิดเป็นเทวดาอีกกุศลสมบัติได้มีแก่เราในภพสุดท้าย เราสมภพในสกุลพราหมณ์ สั่งสมรัตนะไว้มาก สละทรัพย์ ๘๐ โกฏิแล้วออกบวช คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำ[ตาม]เสร็จแล้ว ฉะนี้แลทราบว่า ท่านพระมหากัสสปเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ มหากัสสปเถราปทาน
วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555
พุทธพยากรณ์ ๑๖ ประการ
ปัญหาพยากรณ์ ในสุบินนิมิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล ๑๖ ประการ ซึ่งได้รับพุทธทำนายไว้..อย่างลึกซึ้ง ดังนี้.-
วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555
พระแก้วชุดขนาดห้อยคอ
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
หลวงพ่อพระนาคแก้ว
วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


































